เดือน มีนาคม ๒๕๕๘

อ่าน 1,048 ครั้ง

๑.  ด้านกัมพูชา
งานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา ปฏิบัติงานสำรวจในพื้นที่ตอนที่ ๕ (หลักเขตแดนที่ ๑ – หลักเขตแดนที่ ๒๓) ตามขั้นตอนที่ ๑ ของ TOR
ปี ๒๕๔๖ สำรวจในพื้นที่ จว.ศ.ก. และ จว.ส.ร. ร่วมกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อสำรวจสภาพและที่ตั้งของหลักเขตแดนไทย – กัมพูชา ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ทำการสำรวจ จำนวน ๖ หลัก (หลักเขตแดนที่ ๑๒ – หลักเขตแดนที่ ๗) โดยมี ผลการปฏิบัติงานดังนี้
๑.๑  ปฏิบัติงานสำรวจค้นหาสภาพและที่ตั้งหลักเขตแดนไทย – กัมพูชา
สรุปได้ดังนี้
๑.๑.๑  สำรวจวงรอบบริเวณพื้นที่ที่คาดว่าเป็นที่ตั้งหลักเขตแดนที่ ๑๑  ได้จำนวน ๑๒ สถานี
๑.๑.๒  สำรวจรายละเอียดภูมิประเทศ เพื่อจัดทำแผนผังสนาม    บริเวณพื้นที่ที่คาดว่าเป็นที่ตั้งหลักเขตแดนที่ ๑๑
๑.๑.๓  ผลการสำรวจพบหลักเขตแดนที่ ๑๑ เป็นหลักคอนกรีต ทั้งนี้    ชุดสำรวจร่วมไทย – กัมพูชา มีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับผลการสำรวจที่ตั้งของหลักฯ โดยชุดสำรวจฝ่ายไทยมีความเห็นว่าที่ตั้งหลักเขตแดนที่ ๑๑ ปัจจุบันมีลักษณะสอดคล้องตามบันทึกวาจาจัดทำขึ้นในปี ค.ศ. ๑๙๐๘ – ๑๙๐๙ และ ค.ศ. ๑๙๑๙ – ๑๙๒๐ ชุดสำรวจฝ่ายกัมพูชามีความเห็นว่าที่ตั้งของหลักฯ ที่มีลักษณะสอดคล้องตามบันทึกวาจาฯ อยู่ห่างจากหลักเขตแดนที่ ๑๑ ปัจจุบัน ไปทางทิศเหนือประมาณ ๒๔ ม. พร้อมทั้ง         สร้างหมุดชั่วคราวหลักเขตแดนที่ ๑๑ (ฝ่ายกัมพูชา) ไว้บริเวณดังกล่าว
๑.๑.๔  จัดทำเอกสารผลการสำรวจร่วมไทย – กัมพูชา ในการตรวจสอบสภาพและค้นหาที่ตั้งที่ถูกต้องของหลักเขตแดนที่ ๑๑
๑.๑.๕  จัดทำเอกสารรายงานการสำรวจประจำวัน
๑.๑.๖  รวมผลการปฏิบัติงานในพื้นที่ตอนที่ ๕ (หลักเขตแดนที่ ๑๒ – หลักเขตแดน ที่ ๗) คิดเป็นร้อยละ ๓๓ ของแผนงานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘
๑.๒  กองสนามฯ (ฝ่ายไทย) ได้ดำเนินการปฏิบัติการจิตวิทยา ประชาสัมพันธ์ และช่วยเหลือประชาชน เพื่อเสริมการปฏิบัติงานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วม
ไทย – กัมพูชา ดังนี้
๑.๒.๑  เมื่อ ๑๔ – ๑๗ มี.ค..๕๘ ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม ทาสี ติดตั้งหลอดไฟส่องสว่าง ศาลาประชาคมบ้านลันแต้ ต.เทพรักษา อ.สังขะ จว.ส.ร.
๑.๒.๒  เมื่อ ๒๓ มี.ค.๕๘ จัดกิจกรรมการบรรยายข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา และความรู้เกี่ยวกับแนวเขตแดนระหว่างประเทศ ณ ศาลาประชาคมบ้านลันแต้ ต.เทพรักษา อ.สังขละ จว.ส.ร. ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ ๒๐๐ คน ได้รับความร่วมมือและตั้งใจ            เข้าร่วมกิจกรรมอย่างดีมาก นอกจากนี้กองสนามฯ ยังได้มอบยารักษาโรค ของใช้ในครัวเรือน เครื่องนอน เครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม และมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลันแต้ ที่เชิญมาร่วมกิจกรรมด้วยเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้ออกกำลังกายเล่นกีฬา ต้านภัยยาเสพติดด้วย
๑.๓  ปัญหาและอุปสรรค
๑.๓.๑  พื้นที่ปฏิบัติงานฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชา ส่วนใหญ่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นป่า พื้นที่ลาดชัน และยังเป็นพื้นที่ที่มีอันตรายจากทุ่นระเบิดที่วางไว้เดิมในอดีต จึงมีความจำเป็น ต้องตรวจค้นทุ่นระเบิด/กับระเบิด ให้ปลอดภัยก่อนที่จะปฏิบัติงานสำรวจ จึงทำให้การปฏิบัติงาน เป็นไปด้วยความล่าช้า
๑.๓.๒  การตรวจพบทุ่นระเบิด/กับระเบิด
การปฏิบัติงานในช่วงเดือน มี.ค.๕๘ ได้ตรวจพบทุ่นระเบิด  กับระเบิด และขวาก ดังนี้
๑.๓.๒.๑  กับระเบิด ชนิด PMN บริเวณทิศตะวันตกของ   หลักเขตแดนที่ ๑๑ (ปัจจุบัน) ห่างออกไปประมาณ ๔๕ ม. จำนวน ๔ ทุ่น
๑.๓.๒.๒  กับระเบิด ชนิด PMD-CM บริเวณทิศตะวันตก   ของหลักเขตแดนที่ ๑๑ (ปัจจุบัน) ห่างออกไปประมาณ ๔๕ ม. จำนวน ๓ ทุ่น
๑.๔  การปฏิบัติการอื่น ๆ
–  พ.อ. เกรียงไกร บุญเติม และเจ้าหน้าที่กองสนามฯ รวม ๖ นาย    เดินทางไปร่วมตรวจภูมิประเทศและจัดทำคำแนะนำทางเทคนิคในการสำรวจรายละเอียดภูมิประเทศ (Detail Survey) ร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่เทคนิคไทย – กัมพูชา ระหว่าง ๘ – ๑๑ มี.ค.๕๘ ณ บริเวณช่องอานม้า อ.น้ำยืน จว.อ.บ.