เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

อ่าน 350 ครั้ง

ด้านมาเลเซีย
งานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมระหว่างไทย – มาเลเซีย  ทำการสำรวจ ตรวจสอบ ซ่อมแซมหลักเขตแดนตามแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย ในพื้นที่เร่งด่วน IXB ตอน A – D อ.นาทวี จว.ส.ข. ระยะทางประมาณ ๒๑.๔ กม. และพื้นที่เร่งด่วน VII ตอน A – B อ.เบตง จว.ย.ล. ระยะทางประมาณ ๘.๔ กม. รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๒๙.๘ กม. โดยมีผลการปฏิบัติงานดังนี้
๔.๑  ชุดสำรวจร่วมฯ ทำการสำรวจ ในพื้นที่เร่งด่วน IXB ตอน C (BP29/191 ถึง BP31/26) ระยะทาง ๕.๒ กม.  อ.นาทวี จว.ส.ข.  ในเดือน ก.พ.๕๗  ได้ระยะทาง ๒.๖ กม. มีรายละเอียดดังนี้
๔.๑.๑  ทำการสำรวจตรวจสอบหลักเขตแดนด้วยวิธีงานวงรอบ (Investigation Survey) ได้จำนวน ๔๐ หลัก ระยะทางประมาณ ๒.๖ กม. ตั้งแต่
BP 30/23 – BP 31/26
๔.๑.๒  ทำการกำหนดตำแหน่งและสร้างหลักเขตแดนที่เคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง (Refixation Survey) ได้จำนวน ๑๒ หลัก
๔.๑.๓  การปรับปรุงหลักเขตแดนให้มั่งคงแข็งแรง (Upgrading Boundary Pillars/Markers) ได้จำนวน ๓ หลัก
๔.๑.๔  ทำการสำรวจตรวจสอบหลักเขตแดนซ้ำด้วยวิธีวงรอบ (Resurvey) ได้จำนวน ๖ สายงานวงรอบ
๔.๑.๕  ทำการทาสีและถ่ายรูปหลักเขตแดน (Painting & Photography of Boundary Pillars/Markers) ได้จำนวน ๘๖ หลัก
๔.๒  ปัญหาและอุปสรรค
๔.๒.๑  สภาพภูมิประเทศ
๔.๒.๑.๑  บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงานมีสภาพเป็นภูเขาสูงชัน โดยรอบ ๆ เชิงเขาเป็นป่าโปร่ง สลับกับสวนยางพารา การเข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน รถยนต์สามารถวิ่งเข้าถึงบริเวณเชิงเขาจากนั้นต้องเดินทางต่อด้วยเท้าซึ่งจะใช้เวลาประมาณ
๔๕ นาที จึงจะถึงพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยจะพักนอนพักแรมในพื้นที่ครั้งละ ๓ – ๔ คืน
การปฏิบัติงานต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง เพราะการติดต่อสื่อสารเพื่อขอความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก และต้องระวังตัวจากผู้ก่อความไม่สงบด้วยเนื่องจากเป็นพื้นที่ประกาศในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) ของ จว.ส.ข.
๔.๒.๑.๒  สภาพภูมิอากาศในห้วงเวลากลางวันอากาศจะร้อนอบอ้าวมาก ส่วนในเวลากลางคืนอากาศชื้นและหนาว ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของเจ้าหน้าที่สำรวจ และเครื่องมือสำรวจ ดังนั้นเจ้าหน้าที่และลูกมือสำรวจจำเป็นต้องดูแลรักษาตัวเองและเครื่องมือสำรวจเป็นพิเศษ
สรุป  ผลการปฏิบัติงาน ได้ระยะทาง  รวม ๑๖.๐ กม. (ต.ค. – ก.พ.๕๗) คิดเป็นร้อยละ ๕๓.๗  (ของระยะทาง ๒๙.๘ กม.)