เดือน กรกฎาคม ๒๕๕๖

อ่าน 279 ครั้ง

ด้านลาว
งานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมระหว่างไทย – ลาว  สำรวจ
เก็บรายละเอียดและจัดทำแผนผังสนาม บริเวณพื้นที่ที่มีปัญหาหลักเขตแดนคงค้าง
ในพื้นที่ จว.อุบลราชธานี  และ จว.เชียงราย  ร่วมกับฝ่ายลาว และงานที่สนับสนุนการสำรวจ ดังนี้
๒.๑  ชุดสำรวจร่วมทั้งสองฝ่ายได้พบปะหารือกันเพื่อติดตามความคืบหน้า
ในการปฏิบัติงานที่คงค้าง ดังนี้
๒.๑.๑  จัดทำรายงานชี้แจงเหตุผลการลากเส้นเขตแดนที่เสนอ (Proposed Boundary Line) บริเวณหลักเขตแดนที่ ๑๕ – ๑๖ และ ๑๕ – ๑๗            (ช่องเม็ก – วังเต่า) เทศบาลตำบลช่องเม็ก อ.สิรินธร จว.อุบลราชธานี ที่ชุดสำรวจฯ
ทั้งสองฝ่าย มีความเห็นแตกต่างกันในการลากเส้นเขตแดนที่เสนอเป็นสองทิศทาง
ยังไม่สามารถ ลงนามร่วมกันได้ ชุดสำรวจทั้งสองฝ่ายได้พบปะหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานดังกล่าว  โดยปัจจุบันยังติดขัดอยู่ที่รายงานชี้แจงเหตุผลของฝ่ายลาว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาทางกฎหมายของส่วนราชการระดับนโยบาย
ของฝ่ายลาว
๒.๑.๒  จัดทำบันทึกผลการสำรวจเก็บรายละเอียด บริเวณที่วางแผน               จะกำหนดจุดก่อสร้างหลักเขตแดนที่ ๒ – ๐๘ (ผาหม่น) บ้านร่มฟ้าผาหม่น ต.ปอ           อ.เวียงแก่น จว.เชียงราย ยังไม่สามารถลงนามร่วมกันได้ ชุดสำรวจทั้งสองฝ่ายได้พบปะหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานดังกล่าว โดยปัจจุบันยังติดขัดอยู่ที่ยัง     ไม่สามารถจัดทำแผนผังสนามให้แล้วเสร็จ เนื่องจากมีความเห็นต่างกันในวิธีการ                 นำข้อมูลมาจัดทำแผนผังสนาม
๒.๑.๓  การสำรวจเก็บรายละเอียดและจัดทำแผนผังสนามบริเวณ              แก่งผาได บ้านห้วยลึก ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จว.เชียงราย ชุดสำรวจทั้งสองฝ่ายสามารถลงนามในแผนผังสนามแล้ว จำนวน ๑๑ ระวาง ส่วนแผนผังสนาม อีกจำนวน ๒ ระวาง ยังไม่สามารถลงนามร่วมกันได้  ชุดสำรวจทั้งสองฝ่ายได้พบปะหารือกัน
อย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดทำแผนผังสนามในพื้นที่ดังกล่าวร่วมกันให้แล้วเสร็จ โดยปัจจุบัน
ยังติดขัดอยู่ที่ฝ่ายไทยเสนอให้กำหนดสัญลักษณ์ แทนตำแหน่งภูมิประเทศสำคัญ
ที่ประชาชนไทยยึดถือเป็นจุดแบ่งเขตแดนในอดีตลงในแผนผังสนาม แต่ฝ่ายลาว
ไม่ยินยอม โดยอ้างว่า  ไม่มีการตกลงกันมาก่อน
๒.๑.๔  ผลการดำเนินงานสำรวจทางเทคนิค ในภาพรวมทั้ง ๓ บริเวณ   ไม่มีความคืบหน้า ทั้งนี้ ผท.ทหาร ได้ชี้แจงให้ กต. ทราบแล้ว ซึ่ง กต. จะได้จัดประชุม JBC – 9 เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
๒.๒.  การปฏิบัติการจิตวิทยา ประชาสัมพันธ์ และช่วยเหลือประชาชน               เพื่อเสริมการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมระหว่างไทย – ลาว บริเวณ              รร.ร้องเชียงแรง ต.เชียงเรียง อ.ภูซาง จว.พะเยา โดยจัดให้มีการบรรยายความรู้เกี่ยวกับแนวเขตแดนไทย – ลาว มอบเครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา ซึ่งผลการดำเนินการ               คณะครูอาจารย์ นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับ                  แนวเขตแดนไทย – ลาว เป็นอย่างดี
๒.๓   สำรวจและตรวจภูมิประเทศฝ่ายเดียว
๒.๓.๑  ตรวจสอบสภาพหมุดหลักฐานในโครงข่ายหมุดหลักฐานดาวเทียม GPS   ร่วมไทย – ลาว หมายเลข ๓๐๗๕ ณ รพ.น้ำยืน  อ.น้ำยืน จว.อุบลราชธานี
หมุดหลักฐานอยู่ในสภาพดีสามารถใช้เป็นหมุดอ้างอิงในการรังวัดต่อไปได้
๒.๓.๒  สำรวจเก็บรายละเอียดร่องน้ำที่เป็นต้นกำเนิดของฝายห้วยเว่อ             บริเวณบ้านทุ่งหนองบัว ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จว.อุบลราชธานี เพิ่มเติมจากเดือน มิ.ย.๕๖                 เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับใช้พิสูจน์ข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าร่องน้ำลึกสาขาต่าง ๆ             ทั้งหมดไหลลงไปยังฝายห้วยเว่อ ตัดกับแนวสันปันน้ำที่ฝ่ายลาวยึดถือ  และเป็นข้อมูล              ที่จะยืนยันได้ว่าทิศทางที่ฝ่ายไทยยึดถือนั้นเป็นสันปันน้ำต่อเนื่อง
๒.๔  จัดทำภูมิประเทศจำลอง บริเวณที่วางแผนจะกำหนดจุดก่อสร้าง                 หลักเขตแดนที่ ๒ – ๑๐ (บริเวณภูชี้ฟ้า) มาตราส่วน ๑/๒,๐๐๐ เพื่อสนับสนุนข้อมูล ทางเทคนิคให้กับคณะ กต. ในการสัมมนากับส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่                  ต.ตับเต่า อ.เทิง จว.เชียงราย
๒.๕  อำนวยความสะดวก และสนับสนุนข้อมูลทางเทคนิคให้กับ นายวศิน             ธีรเวชญาณ ประธานคณะเจ้าหน้าที่อาวุโส  (SOM)  ภายใต้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม  (JBC) ไทย – ลาว (ฝ่ายไทย) และคณะในโอกาสที่เดินทางมาจัดสัมมนา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ชายแดน ในเขต จว.เชียงราย และตรวจพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายลาว บริเวณจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านฮวก (กิ่วหก)           อ.ภูซาง จว.พะเยา และเมืองคอบ แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว  ระหว่าง ๘ – ๑๐ ก.ค.๕๖