เดือน มีนาคม ๒๕๕๖

อ่าน 298 ครั้ง

ด้านกัมพูชา
งานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา ปฏิบัติงานสำรวจ
ในพื้นที่ตอนที่ ๕ (หลักเขตแดนที่ ๑ – ๒๓) ในเขต จ.ศรีสะเกษ และ จ.สุรินทร์
ร่วมกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อสำรวจสภาพและที่ตั้งของหลักเขตแดนไทย – กัมพูชา โดยมี
ผลการปฏิบัติงานดังนี้
๑.๑  ปฏิบัติงานสำรวจสภาพและที่ตั้งหลักเขตแดนไทย – กัมพูชา สรุปได้ดังนี้
๑.๑.๑  กรุยแนวและสำรวจวงรอบบริเวณพื้นที่ที่คาดว่าเป็นที่ตั้ง
ของหลักเขตแดนที่ ๑๙ ได้ทั้งหมด จำนวน ๒๑ สถานี
๑.๑.๒  สำรวจรายละเอียดภูมิประเทศ เพื่อจัดทำแผนผังสนาม บริเวณพื้นที่ที่คาดว่าเป็นที่ตั้งหลักเขตแดนที่ ๑๙
๑.๑.๓  กำหนดจุดที่ตั้งหลักเขตแดนที่ ๑๙ ที่มีลักษณะสอดคล้อง
ตามบันทึกวาจาจัดทำขึ้นในปี ค.ศ.๑๙๐๘ – ๑๙๐๙ และ ค.ศ. ๑๙๑๙ – ๑๙๒๐
๑.๑.๔  ตรวจสอบสภาพและที่ตั้งของหลักเขตแดนที่ ๑๘ ที่ตั้งอยู่
ในปัจจุบัน
๑.๑.๕  สำรวจลักษณะภูมิประเทศและค้นหาหมายพยานที่มีลักษณะสอดคล้องตามบันทึกวาจาแสดงที่ตั้งหลักเขตแดนที่ ๑๘ ที่จัดทำขึ้นในปี ค.ศ.๑๙๐๘ – ๑๙๐๙ และ ค.ศ.๑๙๑๙ – ๑๙๒๐
๑.๑.๖  จัดทำเอกสารรายงานการสำรวจประจำวัน
๑.๒  การปฏิบัติการจิตวิทยา ประชาสัมพันธ์ และช่วยเหลือประชาชน
ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา เมื่อ ๗ มี.ค.๕๖  ได้จัดกิจกรรมการบรรยายข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา และความรู้เกี่ยวกับ
แนวเขตแดนไทย – กัมพูชา ณ หมู่บ้านช้างหมอบพัฒนา ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ ๑๐๐ คน โดยได้รับความร่วมมือ
และตั้งใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างดีมาก นอกจากนี้กองสนามฯ ยังได้มอบยารักษาโรค
ของใช้ในครัวเรือน เครื่องนอน เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้กับประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม
และมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนบ้านนิคมสร้างตนเองปราสาท ๒ ด้วย
๑.๓  ปัญหาอุปสรรค พื้นที่ปฏิบัติงานฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชา ยังเป็นพื้นที่
ที่มีอันตรายจากสนามทุ่นระเบิดที่วางไว้เดิมในอดีตเป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้ปลอดภัยก่อนที่จะปฏิบัติงานสำรวจ ทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความล่าช้า นอกจากนี้ยังมีไข้เลือดออกระบาดในพื้นที่อีกด้วย
สรุป  ผลการปฏิบัติงาน คิดเป็นร้อยละ ๒๒ (ของหลักเขตแดน จำนวน ๒๓ หลัก)