การจัดการความรู้

อ่าน 831 ครั้ง

ปัจจุบันโลกได้เข้าสู่ยุคแห่งฐานความรู้ (Knowledge-based KB) งานต่างๆ จำเป็นต้องใช้ความรู้มาสร้างผลผลิตให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การจัดการความรู้เป็นคำกว้างๆ ที่มีความหมายครอบคลุมเทคนิค กลไกต่างๆ มากมาย เพื่อสนับสนุนให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กลไกดังกล่าวได้แก่ การรวบรวมความรู้ที่กระจัดกระจายอยู่ที่ต่างๆ มารวมไว้ที่เดียวกัน การสร้างบรรยากาศให้คนคิดค้น เรียนรู้ สร้างความรู้ใหม่ๆ ขึ้น การจัดระเบียบความรู้ในเอกสาร และทำสมุดรวบรวมรายชื่อผู้มีความรู้ในด้านต่างๆ และที่สำคัญที่สุด คือการสร้างช่องทาง และเงื่อนไขให้คนเกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันเพื่อนำไปใช้พัฒนางานของตนให้สำเร็จ

ประโยชน์ของการจัดการความรู้

1. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร

2. ป้องกันการสูญหายของภูมิปัญญา ในกรณีที่บุคลากรเกษียณอายุ หรือ ลาออก

3. เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและความอยู่รอด

4. เป็นการลงทุนในต้นทุนมนุษย์ ในการพัฒนาความสามารถที่จะแบ่งปันความรู้ที่ได้เรียนรู้มาให้กับคนอื่นๆ ในองค์กร และนำความรู้ไปปรับใช้กับงานที่ทำอยู่ให้เกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น เป็นการพัฒนาคน และพัฒนาองค์กร

5. ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจและวางแผนดำเนินงานให้รวดเร็ว และดีขึ้น เพราะมีสารสนเทศ หรือแหล่งความรู้เฉพาะที่มีหลักการ เหตุผล และน่าเชื่อถือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ

6. ผู้บังคับบัญชาสามารถทำงานเชื่อมโยงกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นช่วยเพิ่มความกลมเกลียวในหน่วยงาน

7. เมื่อพบข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน ก็สามารถหาวิธีแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

8. แปรรูปความรู้ให้เป็นทุน ซึ่งเป็นการสร้างความท้าทายให้องค์กรผลิตผลงานจากความรู้ที่มี เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับองค์กร

9. เพื่อการสร้างสรรค์ และบรรลุเป้าหมายของจินตนาการที่ยิ่งใหญ่

10. เปลี่ยนวัฒนธรรม จาก วัฒนธรรมอำนาจในแนวดิ่ง ไปสู่วัฒนธรรมความรู้ใน  แนวราบ  ซึ่งทุกคนมีสิทธิในการเรียนรู้เท่าเทียมกัน

ผลของการจัดการความรู้

1. ผลสัมฤทธิ์ของงานเกิดผลสำเร็จในงานระดับดีขึ้น และอาจจะได้นวัตกรรมของงานใหม่ๆ

2. บุคคลากร  เกิดการพัฒนา การเรียนรู้ เกิดความมั่นใจตนเอง เกิดความเป็นหมู่คณะระหว่างผู้ร่วมงาน รวมถึงเป็นบุคคลเรียนรู้

3. ความรู้ของบุคคล และขององค์กรได้รับการยกระดับ  มีการสั่งสมและจัดระบบให้พร้อมในการนำไปใช้ประโยชน์

4. องค์กรมีสภาพเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นองค์กรที่เข้มแข็งมีศักยภาพสามารถแข่งขันกับองค์กรอื่นได้

การจัดการความรู้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคนในองค์กรฉะนั้นนโยบายและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารองค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญ  ที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้  อีกทั้งคนในองค์กรทุกคนก็ต้องได้รับการถ่ายทอดความรู้ และทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ในการที่จะให้เกิดการจัดการความรู้ขึ้นในองค์กรเพื่อความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายซึ่งจะส่งผลให้การจัดการความรู้ในองค์กรดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพได้ผลลัพธ์ออกมาตามที่องค์กรคาดหวังไว้

แหล่งที่มาของเอกสาร รวบรวมองค์ความรู้

เอกสารภายในกรมแผนที่ทหารประกอบไปด้วย

1. ARMY MAP SERVICE TECHNICAL MANUAL No.45 PART IV CHAPTER 20, SPECIFICATION FOR CLASSIFICATION SURVEY (FIELD OPERATION) EDITION 2 – AMS. JULY 1957.

2. DEPARTMENT OF ARMY FIELD MANUAL 5-36 , ROUTE RECONNAISSANCE AND CLASSIFICATION, APRIL 1955.

3. ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับการจำแนกประเภทของรายละเอียดในสนาม และคุณลักษณะของงานสำรวจภูมิประเทศของ กทผ.ผท.ทหาร

4. การจำแนกประเภทรายละเอียด รวบรวมโดย พ.ท.มนตรี   อุณหฤกษ์

5. คำแนะนำการสำรวจจำแนกรายละเอียดภูมิประเทศ รวบรวมโดย  พ.ท.นภดล   ขันตยาภรณ์ , พ.ท.โสภณ   อยู่ยงสินธุ์

6. อนุมัติ จก.ผท.ทหาร ท้ายหนังสือของ กผค.บก.ผท.ทหาร ที่ กห 0313.2/4860/40  ลง 12 ก.ย.40 เรื่อง หลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียง

เอกสารภายนอกกรมแผนที่ทหารประกอบไปด้วย

1.หลักเบื้องต้นของการสำรวจด้วยภาพถ่าย โดย ดร.วิชา   จิวาลัย  และปรีชา   วงศ์วิทวัส

2.โฟโตแกรมเมตรี โดย ดร. ไพศาล สันติธรรมานนท์

3.หลักการสำรวจด้วยภาพถ่ายทางอากาศ โดย ดร. ดีบุญ  เมธากุลชาติ

4.การสัมผัสระยะไกล โดย รศ. ดร. บรรเจิด  พลการ

04102554

ภาพบรรยากาศการสัมมนา

ดาวน์โหลดเอกสาร
 "การแปลรายละเอียดภาพถ่ายทางอากาศเพื่องานจำแนกรายละเอียด"